ประกันสุขภาพ AIA
ประกันสุขภาพ คือ ประกันที่บริษัทประกันจะให้ความคุ้มครองหรือชดเชยในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นทั้งจากเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้า โดยหลักการคือจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ตามจริงแต่ไม่เกินวงเงินที่ระบุ
ประกันสุขภาพที่ไหนดี วางแผนอย่างไร ?
มีหลากหลายเหตุผลที่จะใช้ในการเลือกว่าจะทำประกันสุขภาพที่ไหนดี ตรงนี้เราจะขอหยิบยกนำเอาเหตุผลที่ใช้ในการประกอบการตัดสินใจให้ทุกท่านพิจารณากันค่ะ
-
สำรวจสวัสดิการที่เรามีอยู่ว่ามีอะไรบ้าง ครอบคลุมกับสถานพยาบาลที่เราเลือกใช้บริการหรือไม่
-
สำรวจค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลที่เราวางใจจะใช้บริการ หรือโรงพยาบาลใกล้บ้านที่เราจะได้เข้าใช้บริการในกรณีฉุกเฉิน
-
วางแผนวงเงินประกันให้ครอบคลุมและเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในปัจจุบันและอนาคต (ถูกสุด ไม่ได้แปลว่า ดีสุด ความคุ้มครองต้องครอบคลุม และเพียงพอในวันที่จะใช้ด้วย)
-
เลือกบริษัทประกันที่เราจะใช้บริการ เน้นจากความมั่นคง ความเป็นมืออาชีพในการให้บริการด้านประกันสุขภาพ บริการเสริม บริการร่วมต่างๆจากพันธมิตร ทั้งในด้านสุขภาพและโรงพยาบาล
-
เลือกตัวแทนให้บริการ จากความเป็นมืออาชีพ สามารถให้คำแนะนำเรื่องประกันสุขภาพได้อย่างรู้ลึกรู้จริง (ประกันที่เคลมได้ทุกอย่างไม่มีอยู่จริง จะมีเงื่อนไขและข้อยกเว้นอยู่แล้วตรงนี้สามารถสอบถามจากตัวแทนมืออาชีพได้ค่ะ)
-
ตรวจสอบข้อเสนอรายละเอียดให้ถูกต้องตามที่วางแผนกันไว้
-
หลังจากประกันอนุมัติและได้เล่มกรมธรรม์แล้วตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้องของกรมธรรม์อีกที ในเรื่องของข้อมูลและความคุ้มครองต่างๆ อีกทั้งข้อยกเว้นและระยะเวลารอคอยต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆเช่นกัน

ข้อดีของการทำปร ะกันสุขภาพ กับ AIA
-
เป็นบริษัทที่มีความมั่นคงทางการเงินสูงมีสินทรัพย์เฉพาะในไทยกว่า 1 ล้านล้านบาท
-
เป็นบริษัทที่มีความเป็นมืออาชีพ ดูแลลูกค้าคนไทยกว่า 5 ล้านคน ด้วยกรมธรรม์มากกว่า 8 ล้านเล่มคิดเป็น 1 ใน 3 ของกรมธรรม์ในประเทศไทย
-
มีเครือข่ายพันธมิตรโรงพยาบาลชั้นนำ ที่ร่วมกันให้บริการลูกค้ามากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ
-
มีโปรแกรมดูแลสุขภาพ AIA Vitality ที่จะช่วยสนับสนุนให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้น พร้อมรับสิทธิพิเศษต่างๆจากบริษัทพันธมิตรในเครือ และรับส่วนลดค่าเบี้ยพิเศษในปีถัดๆไป
-
มีบริการการจัดการดูแลผู้ป่วยรายบุคคล (Personal Medical Case Management) จาก Medix ที่จะมีการจัดตั้งทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญส่วนตัว คอยให้บริการให้คำปรึกษา เพื่อช่วยคุณตัดสินใจเลือกการรักษาที่เหมาะสมในวันที่ต้องเจ็บป่วย
-
ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 25,000 บาท
ทำความรู้จักกับประกันสุขภาพแต่ละแบบกัน
ประกันสุขภาพเหมาจ่าย
ประกันสุขภาพเหมาจ่าย คือ ประกันสุขภาพแบบใหม่ ที่จะให้ความคุ้มครองในเรื่องของวงเงินค่ารักษาพยาบาลที่สูงกว่า และมีการรวมค่าใช้จ่ายในหมวดการรักษาต่างๆเช่น ค่ายา เวชภัณฑ์ ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ ค่าตรวจวินิจฉัยทางรังสี ค่าผ่าตัด ต่างๆ มารวมไว้เป็นหมวดเดียวกัน ทำให้การเบิกจ่ายความคุ้มครองง่ายกว่าไม่ซับซ้อนและได้วงเงินที่สูงกว่าประกันแบบแยกค่าใช้จ่ายในอดีต แต่ก็จะตามมาด้วยค่าเบี้ยที่สูงกว่าเช่นกัน
ถึงแม้ว่าจะเรียกกันว่าเป็นประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย แต่ก็อาจจะมีการจำกัดค่าใช้จ่ายบางส่วนไว้อยู่เช่นกัน เช่น ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าแพทย์เยี่ยมไข้ประจำวัน ค่าใช้จ่ายกรณีเป็นผู้ป่วยนอก (OPD) เป็นต้น เพื่อไม่ให้ค่าเบี้ยประกันสูงจนเกินไป จนเกินภาระที่ทางลูกค้าจะจ่ายได้
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :
ประกันสุขภาพแยกหมวดวงเงินค่ารักษา
ประกันสุขภาพแบบแยกวงเงินค่ารักษา เป็นแผนแบบดั้งเดิมที่ให้บริการลูกค้ามาตั้งแต่ในอดีต ซึ่งเมื่อก่อนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทางการแพทย์ต่างๆไม่ได้สูงเท่าปัจจุบัน ก็จะมีการระบุวงเงินค่ารักษาพยาบาลแยกไว้ตามหมวด เช่น ค่าห้อง ค่ายา ค่าผ่าตัด ซึ่งเมื่อก่อนวงเงินแต่ละหมวดจะยังเพียงพอกับค่ารักษาอยู่ แต่ หากมาเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็จะกลายเป็นวงเงินที่ค่อนข้างน้อยและไม่พอเพียง มีโอกาสเกิดส่วนเกินหากต้องไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลสูงมาก แต่หากทางลูกค้าต้องการวางแผนค่ารักษาพยาบาลให้ตัวเองในเบื้องต้นและยังไม่มีงบประมาณสำหรับการจัดการความเสี่ยงเรื่องค่ารักษาพยาบาลตรงนี้มาก ก็อาจจะเป็นตัวเลือกตัวหนึ่งที่มาช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นก่อนได้
ประกันสุขภาพ IPD
สำหรับประกันสุขภาพโดยส่วนใหญ่จะให้ความคุ้มครองในเรื่องของการรักษาพยาบาลกรณีเป็น ผู้ป่วยใน หรือ In Patient Department (IPD) คือ การเข้าพักรักษาตัวหรือต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งผู้ป่วยต้องได้รับการลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยในตามความจำเป็นตามมาตรฐานทางการแพทย์
ประกันสุขภาพ OPD
ประกันสุขภาพแบบมี OPD คือประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองในส่วนของการรักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก คือการรักษาที่ไม่จำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เช่นการมาตรวจกับแพทย์แล้วรับยากลับไปทานรักษาตัวที่บ้านได้ เป็นต้น
คำถามที่พบบ่อยของประกันสุขภาพ
1. สามารถทำประกันสุขภาพอย่างเดียวได้ไหม ?
-
เนื่องจากประกันสุขภาพถือว่าเป็นสัญญาเพิ่มเติมจึงจะต้องทำแนบกับประกันชีวิตหลักด้วย (หากต้องการเน้นเฉพาะในเรื่องของสุขภาพสามารถทำประกันชีวิตแบบเบี้ยถูกแต่ความคุ้มครองยาวได้
2. ระยะเวลารอคอยคืออะไร รอกี่วัน ?
-
ช่วงระยะเวลาหลังจากที่ประกันอนุมัติแล้วลูกค้าจะยังไม่สามารถเรียกร้องสินไหมได้ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยที่เป็นมาก่อนทำประกัน สำหรับการเจ็บป่วยทั่วไปจะมีระยะเวลา 30 วัน สำหรับโรคเรื้อรังบางโรคอาจจะมีระยะเวลารอคอยถึง 60-180 วัน
3. โรคอะไรที่ประกันไม่คุ้มครองบ้าง ?
-
ข้อยกเว้นที่ประการสุขภาพไม่คุ้มครองก็ได้แก่
-
โรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน
-
การรักษาที่เกี่ยวกับการเสริมสวยหรือความสวยความงาม
-
การร้องขอเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลโดยไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์
-
การรักษาที่เกี่ยวกับความเครียดหรือทางจิตเวช
-
การรักษาภาวะเกี่ยวกับการนอนหลับ เป็นต้น
4. ต้องสำรองจ่ายไหม ?
-
หากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุนั้นจำเป็นต้องได้รับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์และพ้นระยะเวลารอคอยต่างๆแล้วลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์ Cashless Claim โดยไม่ต้องสำรองจ่ายได้ แต่หากลูกค้าเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง หรือ เรื้อรัง ในช่วงที่กรมธรรม์อายุยังไม่ถึง 2 ปี อาจจะยังต้องสำรองจ่ายเนื่องจากบริษัทจำเป็นต้องใช้เวลาในการรวบรวมเอกสารและตรวจสอบว่าโรคที่เป็นเป็นมาก่อนทำประกันหรือไม่
5. เวลาป่วยเบิกได้หมดเลยไหม ?
-
สำหรับประกันสุขภาพจะจ่ายค่ารักษาให้ตามจริงแต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองที่ลูกค้าได้ทำไว้
6. มีโรคประจำตัว เคยป่วยหรือเคยผ่าตัดแล้ว แล้วทำประกันสุขภาพได้ไหม ?
-
สำหรับลูกค้าที่เคยมีประวัติเจ็บป่วยหรือโรคเรื้อรัง สามารถสมัครทำประกันสุขภาพได้ เพียงแต่อาจจะมีเงื่อนไขข้อยกเว้นพิเศษหรืออาจต้องมีการปรับเพิ่มเบี้ยมากกว่าลูกค้าที่สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดีทั่วไป เนื่องจากลูกค้ามีระดับความเสี่ยงที่สูงกว่า แต่ถ้าหากลูกค้าเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงมาก่อนจนความเสี่ยงเกินกว่าที่ บริษัทจะสามารถรับความเสี่ยงได้ก็อาจถูกปฏิเสธการรับประกันได้เช่นกัน จึงแนะนำให้ทุกท่านทำประกันไว้ก่อนวันที่จะเจ็บป่วย เพราะถ้าหากเจ็บป่วยแล้วอาจจะไม่สามารถทำประกันได้อีกต่อไป